อาหารเสริม

โพแทสเซียมต่ํา อาหารเสริม  เมื่ออายุมากขึ้นมักจะมีคำตอบจากหมอว่า คุณแม่หรือคุณปู่คุณย่าขาดโพแทสเซียม จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อปรับแร่ธาตุดังกล่าวในร่างกาย นั่นเป็นเพราะว่า โพแทสเซียมนั้นทำหน้าที่รักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาสมดุลของของเหลวในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดังนั้น การหมั่นรับประทานโพแทสเซียมอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องจำเป็น และเราสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีโพแทสเซียมได้ง่ายๆ ด้วยการกินกล้วย ส้ม ฝรั่ง ผลไม้แห้ง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ บร็อกโคลี ผักโขม ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือค่ะอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง จริง ๆ แล้วมีอยู่ในอาหารใกล้ตัวที่หลายคนกินกันอยู่ทุกวันเลยค่ะ แต่เป็นการกินแบบที่เราเองก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้เพื่อให้เราเลือกอาหารมาบำรุงสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น เรามาลองเช็กลิสต์กันหน่อยว่า อาหารชนิดไหนเป็นแหล่งที่ดีของโพแทสเซียมบ้าง แล้วสารอาหารชนิดนี้ดีต่อสุขภาพอย่างไร ใครที่ควรกินหรือควรเลี่ยง

โพแทสเซียมต่ํา อาหารเสริม

โพแทสเซียมต่ํา อาหารเสริม โพแทสเซียม (Potassium) คือ แร่ธาตุที่มีมากเป็นอันดับ 3 ในร่างกาย ประมาณ 98% ของโพแทสเซียมในร่างกายจะพบได้ในเซลล์ ซึ่งในจำนวนนี้ 80% พบในเซลล์กล้ามเนื้อ และอีก 20% พบได้ในกระดูก ตับ และเซลล์เม็ดเลือดแดง โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุและอิเล็กโทรไลต์ที่จำเป็นต่อการทำงานที่เหมาะสมของระบบประสาท ระบบกระดูก หัวใจ และกระบวนการเมแทบอลิซึม ตลอดจนรักษาระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ ดังนั้น ระดับโพแทสเซียมหรืออิเล็กโทรไลต์ในร่างกายที่ต่ำหรือสูงเกินไปจึงอาจส่งผลต่อระบบในร่างกายได้หลายอย่าง ร่างกายสามารถได้รับแร่ธาตุโพแทสเซียมจากอาหารปกติ และในรูปแบบอาหารเสริมโพแทสเซียมหรือในอาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุรวม

ซึ่งโพแทสเซียมมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น โพแทสเซียมไบคาร์บอเนต (Potassium bicarbonate), โพแทสเซียมซิเตรต (Potassium citrate), โพแทสเซียมกลูโคเนต (Potassium gluconate), โพแทสเซียมอะซิเตต (Potassium acetate), โพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium chloride), โพแทสเซียมแอสพาเตต (Potassium aspartate) อย่างไรก็ตาม แม้โพแทสเซียมจะจำเป็นต่อการทำงานของร่างกายในหลายระบบและโพแทสเซียมอาจมีประโยชน์หลายอย่างเมื่ออ้างอิงจากงานวิจัย แต่อาหารเสริมโพแทสเซียมส่วนใหญ่ก็มักใช้เพื่อรักษาหรือป้องกันการขาดโพแทสเซียมเท่านั้น

ประโยชน์ของโพแทสเซียม

โพแทสเซียมมีบทบาทหลายอย่างในร่างกาย ระดับโพแทสเซียมในร่างกายที่น้อยเกินไปสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ สำหรับประโยชน์ของโพแทสเซียมที่พบได้จากการศึกษาวิจัยมีดังนี้ 1. รักษาหรือป้องกันการขาดโพแทสเซียม อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าโพแทสเซียมเป็นอิเล็กโทรไลต์ที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับการทำงานของหลายระบบในร่างกาย แม้คนส่วนใหญ่จะได้รับโพแทสเซียมจากอาหารเพียงพอ แต่งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าประชากรมีระดับโพแทสเซียมในเลือดเฉลี่ยต่อปีลดลงจาก 4.14 เหลือ 3.97 มิลลิโมล/ลิตร และความชุกของภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) ก็เพิ่มขึ้นด้วยจาก 3.78% เป็น 11.06% ในช่วงเวลาที่ศึกษา 17 ปี (ปี 1999-2016)

ซึ่งสาเหตุมักมาจากการลดลงของธาตุโพแทสเซียมในดินใช้ในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้ การบริโภคอาหารแปรรูปที่มากขึ้น รวมถึงการบริโภคผักและผลไม้ที่ลดลง (2) อาหารเสริมโพแทสเซียมจึงมักถูกนำมาใช้เพื่อรักษาภาวะโพแทสเซียมต่ำ ระดับโพแทสเซียมในเลือดที่ปกติจะมีค่าระหว่าง 3.6-5.0 มิลลิโมล/ลิตร (1) ถ้าระดับโพแทสเซียมต่ำกว่า 3.5 มิลลิโมล/ลิตร จะถือว่าร่างกายขาดโพแทสเซียม หรือมีภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) ซึ่งมักมีสาเหตุหลักมาจากการใช้ยาขับปัสสาวะซึ่งมักใช้ในผู้ป่วยที่ภาวะความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยการขาดโพแทสเซียมเป็นเวลานานนั้นอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตะคริว หัวใจเต้นผิดปกติ กระสับกระส่าย อารมณ์แปรปรวน มีพฤติกรรมที่ไร้เหตุผล คลื่นไส้ อาเจียน ฯลฯ

การลดการบริโภค

การลดการบริโภคเกลือโดยการทดแทนด้วยโพแทสเซียม โดยเฉลี่ยแล้วคนไทยส่วนใหญ่บริโภคโซเดียมเกินจากปริมาณที่ร่างกายต้องการประมาณ 2-3 เท่า ด้วยเหตุนี้จึงมีผลิตภัณฑ์สารทดแทนเกลือ (Salt substitutes) ซึ่งไม่มีโซเดียม (โดยทั่วไปคือโพแทสเซียมคลอไรด์และ/หรือโพแทสเซียมบิตทาร์เทรต) และผลิตภัณฑ์เกลือผสมโพแทสเซียม หรือ Lite salts (ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งของโซเดียมจะถูกแทนที่ด้วยโพแทสเซียม คือ มีโซเดียมน้อยกว่าเกลือทั่วไป 50%) ซึ่งอาจเป็นวิธีที่ดีในการลดปริมาณโซเดียมและเพิ่มโพแทสเซียมในอาหารปกติ ศึกษาพบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์​สารทดแทนเกลือ (Salt substitutes) สามารถช่วยลดความดันโลหิตช่วงบนและช่วงล่างได้เฉลี่ย 4.9 และ 1.5 มม.ปรอท

การศึกษาขนาดใหญ่ในประเทศจีนเป็นระยะเวลา 5 ปี ในกลุ่มผู้ใหญ่ 15,000 คนที่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีความดันโลหิตสูง (ส่วนใหญ่รับประทานยาลดความดันโลหิต) พบว่าการใช้เกลือที่มีโซเดียมคลอไรด์ 75% และโพแทสเซียมคลอไรด์ 25% ในการปรุงอาหาร สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองได้ 14% ลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด 13% และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต 12% เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคเกลือปกติโพแทสเซียม (Potassium) เป็นแร่ธาตุและอิเล็กโทรไลต์ที่จำเป็นต่อการทำงานในหลายระบบ โดยปกติแล้วร่างกายจะได้รับโพแทสเซียมจากอาหารอย่างเพียงพออยู่แล้ว การเสริมโพแทสเซียมในรูปแบบอาหารเสริมนั้นไม่จำเป็น เว้นแต่ว่าร่างกายจะขาดโพแทสเซียม นอกจากประโยชน์เรื่องการใช้เพื่อรักษาภาวะขาดโพแทสเซียม การศึกษายังพบประโยชน์ของโพแทสเซียมในเรื่องการช่วยลดความดันโลหิตสูง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด นิ่วในไต และเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก ส่วนประโยชน์อื่น ๆ ยังไม่ชัดเจน และจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไป  โพแทสเซียมต่ํา อาหารเสริม